คู่มือการเลือกแท่นตรวจสอบหินแกรนิตและมาตรการบำรุงรักษา

แท่นตรวจสอบหินแกรนิตโดยทั่วไปทำจากหินแกรนิต โดยมีการกลึงพื้นผิวอย่างแม่นยำเพื่อให้ได้ความเรียบ ความแข็ง และความมั่นคงสูง หินแกรนิตเป็นหินที่มีคุณสมบัติยอดเยี่ยม เช่น ความแข็ง ความทนทานต่อการสึกหรอ และความมั่นคง จึงเหมาะสำหรับการผลิตเครื่องมือตรวจสอบที่มีความแม่นยำสูง แท่นหินแกรนิตมีการใช้งานอย่างแพร่หลายในอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น การผลิตเครื่องจักร การทำแม่พิมพ์ การกลึงชิ้นส่วนที่มีความแม่นยำ และเครื่องมือวัดทางแสง โดยส่วนใหญ่ใช้เพื่อรองรับ ยึด และทำการวัดอย่างแม่นยำเพื่อให้มั่นใจในความถูกต้องของขนาดของชิ้นส่วนและผลิตภัณฑ์

คุณสมบัติหลักของแท่นตรวจสอบหินแกรนิตมีดังต่อไปนี้:

1. วัสดุแข็งและทนทานต่อการสึกหรอ: ความแข็งสูงของหินแกรนิตช่วยให้ทนต่อแรงกดและแรงกระแทกได้อย่างมาก ทำให้เหมาะสำหรับการตรวจสอบระยะยาวและรับน้ำหนักมาก

2. ความเสถียรดีเยี่ยม: หินแกรนิตมีค่าสัมประสิทธิ์การขยายตัวทางความร้อนต่ำ ทำให้คงความแม่นยำสูงและทนต่อการเสียรูปแม้ในสภาพแวดล้อมที่มีความผันผวนของอุณหภูมิสูง

3. ทนทานต่อการกัดกร่อนสูง: หินแกรนิตมีความทนทานต่อการกัดกร่อนดีเยี่ยม และทนต่อสารเคมีและน้ำมัน ทำให้มีอายุการใช้งานยาวนานในการผลิตทางอุตสาหกรรม

4. พื้นผิวเรียบ: พื้นผิวเรียบและแบนของแท่นหินแกรนิตที่ผ่านการกลึงอย่างละเอียด ช่วยให้ได้จุดอ้างอิงการวัดที่แม่นยำ เหมาะสำหรับการตรวจสอบที่มีความแม่นยำสูง 5. น้ำหนักปานกลางและแปรรูปง่าย: หินแกรนิตมีความหนาแน่นสูง ดังนั้นแท่นจึงมักมีน้ำหนักมาก ซึ่งช่วยลดการสั่นสะเทือนที่รบกวนผลการวัดและเพิ่มความเสถียรในการใช้งาน นอกจากนี้ หินแกรนิตยังแปรรูปได้ง่าย ทำให้สามารถผลิตเป็นแท่นตรวจสอบขนาดและรูปทรงต่างๆ เพื่อตอบสนองความต้องการเฉพาะได้

ขอบเขตการใช้งาน:

1. อุตสาหกรรมการผลิตชิ้นส่วนด้วยเครื่องจักร: ในอุตสาหกรรมการผลิตชิ้นส่วนด้วยเครื่องจักร หินแกรนิตถูกนำมาใช้เป็นหลักในการตรวจสอบขนาด การประกอบ และการตรวจสอบพื้นผิวของชิ้นส่วน การวัดที่แม่นยำช่วยให้มั่นใจได้ว่าชิ้นส่วนเครื่องจักรเป็นไปตามข้อกำหนดการออกแบบ ซึ่งช่วยเพิ่มความแม่นยำในการประมวลผลและคุณภาพของผลิตภัณฑ์

2. การผลิตแม่พิมพ์: การผลิตแม่พิมพ์ต้องการความแม่นยำสูงมาก และหินแกรนิตเป็นพื้นผิวอ้างอิงที่เชื่อถือได้สำหรับการวัดขนาด การจัดวาง และการประกอบชิ้นส่วนแม่พิมพ์ ซึ่งช่วยให้มั่นใจได้ถึงความถูกต้องของผลิตภัณฑ์แม่พิมพ์

3. เครื่องมือวัดความแม่นยำสูง: เครื่องมือวัดความแม่นยำสูง เช่น เครื่องมือวัดทางแสงและอิเล็กทรอนิกส์ จำเป็นต้องใช้แท่นหินแกรนิตเป็นพื้นผิวอ้างอิงระหว่างการผลิตและการตรวจสอบ เพื่อให้สามารถวัดได้อย่างแม่นยำสูง และรับประกันความถูกต้องและความเสถียรของเครื่องมือ

4. การตรวจสอบคุณภาพ: ในการตรวจสอบคุณภาพต่างๆ แท่นหินแกรนิตสามารถใช้เป็นเครื่องมือทดสอบในสภาพแวดล้อมต่างๆ เพื่อวัดรูปทรงเรขาคณิตของผลิตภัณฑ์ ความเรียบของพื้นผิว และค่าความคลาดเคลื่อน คู่มือการจัดซื้อ:

1. ข้อกำหนดด้านขนาด: เลือกแท่นตรวจสอบที่มีขนาดเหมาะสมตามความต้องการใช้งานจริง แท่นควรมีขนาดใหญ่กว่าหรือเท่ากับขนาดของชิ้นส่วนที่กำลังตรวจสอบ และมีพื้นที่ใช้งานเพียงพอ

2. ระดับความแม่นยำ: มีระดับความแม่นยำหลายระดับ โดยทั่วไปแบ่งเป็น A, B, C และ D ยิ่งระดับความแม่นยำสูงเท่าไหร่ พื้นผิวของแท่นตรวจสอบก็จะยิ่งเรียบมากขึ้น ทำให้เหมาะสำหรับงานตรวจสอบที่ต้องการความแม่นยำสูงขึ้น เลือกแท่นตรวจสอบที่มีระดับความแม่นยำที่เหมาะสมตามการใช้งานจริง

3. ความเรียบของพื้นผิว: ความเรียบของพื้นผิวแท่นเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดประสิทธิภาพที่สำคัญที่สุดของแท่นหินแกรนิต แท่นที่ดีควรมีความเรียบของพื้นผิวที่แม่นยำมาก เพื่อให้เป็นจุดอ้างอิงในการวัดที่มั่นคง

4. ความเสถียร: ความเสถียรของแท่นวางมีผลโดยตรงต่อผลการวัด เมื่อเลือกแท่นวาง ควรพิจารณาความสามารถในการรับน้ำหนัก ความทนทานต่อการสึกหรอ และความทนทานต่อการเสียรูป เพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่เลื่อนหรือเสียรูปเมื่อเวลาผ่านไป

5. วัสดุและการแปรรูป: วัสดุหินแกรนิตเป็นตัวกำหนดความทนทานและความแม่นยำในการวัดของแท่น หินแกรนิตคุณภาพสูงควรมีค่าสัมประสิทธิ์การขยายตัวต่ำ ความแข็งสูง และปราศจากรอยแตกและสิ่งเจือปน กระบวนการผลิตแท่นก็มีความสำคัญเช่นกัน พื้นผิวต้องเรียบเนียนและปราศจากข้อบกพร่องที่เห็นได้ชัด

ฐานหินแกรนิตความแม่นยำสูง

6. คุณสมบัติเพิ่มเติม: บางแพลตฟอร์มอาจติดตั้งคุณสมบัติเพิ่มเติม เช่น อุปกรณ์ปรับระดับความแม่นยำสูง จอแสดงผลดิจิทัล และฐานรองแบบลอยตัวด้วยลม ซึ่งสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและความแม่นยำในการวัดได้

มาตรการบำรุงรักษาสำหรับแท่นตรวจสอบหินแกรนิต:

1. การทำความสะอาดเป็นประจำ: หลังการใช้งาน ควรทำความสะอาดพื้นผิวแท่นวัดทันทีเพื่อกำจัดฝุ่น น้ำมัน และสิ่งสกปรกอื่นๆ เพื่อป้องกันไม่ให้สิ่งเหล่านี้ส่งผลต่อความแม่นยำในการวัด

2. หลีกเลี่ยงการกระแทกรุนแรง: แม้ว่าพื้นผิวจะแข็ง แต่การกระแทกรุนแรงก็อาจทำให้เกิดความเสียหายหรือรอยแตกได้ ดังนั้นจึงควรระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการกระแทกขณะใช้งาน

3. รักษาให้แห้ง: แม้ว่าหินแกรนิตจะมีคุณสมบัติทนต่อการกัดกร่อนได้ดี แต่ความชื้นที่มากเกินไปก็ยังสามารถส่งผลต่อสภาพพื้นผิวได้ ดังนั้น ควรรักษาพื้นผิวให้แห้งและหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับสภาพแวดล้อมที่ชื้นเป็นเวลานาน

4. การสอบเทียบอย่างสม่ำเสมอ: เมื่อเวลาผ่านไป พื้นผิวของแท่นอาจแสดงร่องรอยการสึกหรอเล็กน้อย ควรทำการสอบเทียบความแม่นยำอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้แน่ใจว่าแท่นยังคงตรงตามมาตรฐานการวัดที่ต้องการ


วันที่เผยแพร่: 3 กันยายน 2025